ไทยตอนบนยังคงมีอากาศเย็น ภาคกลางตะวันออก กทม. มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ ลักษณะอากาศทั่วไป วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 ใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวโดยทั่วไป กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับบริเวณภูเขาสูงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2561 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนอีกระลอกจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น

สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เวลา 06:00 น.วันนี้ – 06:00 น.วันพรุ่งนี้ มีหมอกในตอนเช้า กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

Continue Reading

เสรีประกาศ หาก “หัวหน้าวิเชียร” ถูกดำเนินคดี จะอาสาเป็นทนายให้

นายเสรี สุวรรณภานนท์ กรรมการปฏิรูปตำรวจ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว”เสรี สุวรรณภานนท์” ว่า ติดตามข่าว ของนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ชุดจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวกรวม 4 คน พร้อมของกลางซากสัตว์ป่าคุ้มครอง อาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก โดยมีการระบุว่า นายวิเชียร ให้การไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติฯ 110 บาท ซึ่งเป็นค่าเข้าคนละ 20 บาทและค่านำรถเข้าพื้นที่ 30 บาทจริง จึงต้องรายงานให้กรมอุทยานฯ พิจารณาดำเนินการ ซึ่งสามารถดำเนินการเอาผิดได้ทั้งทางวินัยและอาญา

เพิ่งจับคนร้ายได้ แต่กลับกลายเป็นผู้ร้ายเสียเอง แม้จะรับสารภาพว่าไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติจริง ก็ต้องพิจารณาว่า มีผู้บังคับบัญชาหัวหน้าที่มีตำแหน่งสูงกว่า ที่สั่งการมาว่า “มีแขก วีไอพี เข้าพื้นที่ ให้เจ้าหน้าที่แถวนั้น ดูแลอำนวยความสะดวกแก่แขกวีไอพีด้วย”และเมื่อมีคำสั่งแบบนี้ ก็แสดงว่าการไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียม ไม่ได้เกิดจากการอนุญาตหรือไม่อนุญาตของนายวิเชียร แต่เป็นคำสั่งที่อยู่เหนือกว่า ดังนั้น แสดงว่านายวิเชียร ไม่มีเจตนากระทำความผิด การจะกล่าวหาว่าผู้ใดกระทำความผิดก็ต้องมีองค์ประกอบความผิดว่าผู้กระทำมี “เจตนา” ทำผิดหรือไม่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญทางกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 และไม่ผิดทางวินัยด้วย เพราะมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาที่มีตำแหน่งสูงกว่าสั่งการ

ทั้งนี้ นายเสรี ยังระบุ หากนายวิเชียร ถูกดำเนินคดี ตนเองในฐานะเป็นทนายความขออาสาเป็นทนายความให้ จะได้พิสูจน์ว่าคนสั่งการเป็นใคร ที่จะต้องรับผิดตัวจริง การสอบสวนควรสอบสวนข้อเท็จจริงให้สิ้นกระแสความ โดยสืบสวนสอบสวนให้ปรากฏว่าใครเป็นผู้สั่งการ อย่าเบี่ยงเบนประเด็น อย่าทำคดีแบบแก้เกี้ยวตัดตอนลักษณะเช่นนี้ เพราะมันจะทำให้กระบวนการยุติธรรมขาดความน่าเชื่อถือ ก่อนทิ้งท้ายว่า การสืบสวนสอบสวนแบบนี้ ที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนจึงเรียกร้องต้องการให้มีการปฏิรูปตำรวจ

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

Continue Reading

จับแล้ว! สาวนั่งบนปะการัง หมู่เกาะสุรินทร์ สารภาพเสียใจ บอก “รู้เท่าไม่ถึงการณ์”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีผู้โพสต์ภาพนักท่องเที่ยว ที่ไปดำน้ำที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ที่จุดดำน้ำแหลมแม่ยาย แล้วนักท่องเที่ยวได้ดำน้ำไปนั่งบนปะการัง แล้วแอคชั่นถ่ายรูปโดยไม่สนใจว่าปะการังจะเสียหายหรือไม่ จนมีผู้นำภาพดังกล่าวไปโพสต์บนเฟซบุ๊กจนมีผู้เข้าไปคอมเม้นท์จำนวนมากถึงความไม่เหมาะสมจากการกระทำดังกล่าว

ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ นายพุทธพจน์ คูประสิทธิ์ ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการใต้น้ำประจำอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ลงพื้นที่โดยทันที พร้อมชุดปฏิบัติการจนสามารถพบนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวพร้อมเพื่อนจำนวน 3 คน

จากนั้นได้เชิญตัวมาแจ้งข้อหา โพสต์ภาพถ่ายขณะนั่งอยู่บนปะการัง ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ตามมาตรา 16(2) ฐานทำด้วยประการใดๆให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบมาตรา 26 มีโทษ?ปรับไม่เกิน 500 บาท และผิดตามมาตรา 18 ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ประกอบมาตรา 25 มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานได้ทำการบันทึกและเปรียบเทียบปรับนักท่องเที่ยวจำนวน 3 คน รายละ 1,500 บาท พร้อมทั้งมีการสร้างความเข้าใจ ตักเตือนแก่นักท่องเที่ยวให้ทราบถึงกฏระเบียบ ต่อมาผู้ใช้นามเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว ได้ออกมาโพสต์ขอโทษต่อสังคมในเฟซบุ๊กของตนเอง พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าตนและเพื่อนๆรู้สึกผิดที่กระทำการแบบนั้น

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

Continue Reading

ทำตามนโยบาย!! หนุ่มวินจยย.พัทยา เมาไม่ขับจอดหลับข้างถนน

วันนี้ 8 ก.พ. 61 ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบคนขับวินจักรยานยนต์รับจ้าง เมาสุรานอนสลบอยู่บริเวณหน้าแอท โฮม รีสอร์ท พัทยา ซอยอรุโณทัย พัทยากลาง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยหวั่นจะได้รับอันตรายต่อร่างกายและทรัพย์สิน จึงได้วิทยุสั่งการ ด.ต.วิเวก อโนทัย ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม เวรสายตรวจรถจักรยานยนต์ที่กำลังตรวจความเรียบร้อยอยู่ใกล้เคียง เดินทางตรวจสอบ

เมื่อไปถึงบริเวณดังกล่าว เป็นถนนเส้นอรุโณทัย ตัดซอยบงกช พัทยาใต้ ซึ่งค่อนข้างมีผู้คนพลุกพล่าน โดยพบนายอานนท์ มหานิยม อายุ 35 ปี อาชีพขับวินจักรยานยนต์รับจ้าง ย่านเทพประสิทธิ์ นอนหลับอยู่บริเวณดังกล่าวอย่างสบายใจ โดยไม่สนใจทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง และรถจักรยานยนต์ที่จอดเสียบคากุญแจอยู่ เชื่อว่าบุคคลดังกล่าวน่าจะมีอาการเมาสุราอย่างหนัก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านจึงช่วยกันเขย่าตัวเพื่อปลุกให้ตื่นจนสำเร็จ

จากการสอบถาม นายอานนท์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนที่ผ่านมายอมรับว่าได้ดื่มกินสุรากับเพื่อนจำนวน 2 ขวด และระหว่างที่ขับรถกำลังไปหาแม่ ที่บริเวณย่านพัทยาใต้ ต่อมารู้สึกว่าแอลกอฮอล์ของสุราเริ่มออกฤทธิ์ มีอาการมึนเมาและเกิดอาการง่วงจัด ประกอบกับกลัวด่านเป่าเมา เลยถือนโยบายเมาไม่ขับ จึงจอดรถจักรยานยนต์ทิ้งตัวลงนอนตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมา จนมีชาวบ้านมาเห็นแจ้งตำรวจมาช่วยปลุกตอนเที่ยงวันของวันนี้

ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ว่ากล่าวตักเตือน พร้อมกับให้คำแนะนำกับกรณีนี้ว่า ถ้าเมาสุราจัดจนถึงขั้นขับรถไม่ไหว หรืออาจจะกลัวด่านจับเมาแล้วขับ ให้จอดรถอยู่ในที่ปลอดภัยแล้วโทรศัพท์ตามเพื่อนรับกลับบ้าน ถ้าหากมานอนในลักษณะแบบนี้ อาจจะมีคนคิดร้ายโมยทรัพย์สินไปได้ เบื้องต้น นายอานนท์ จึงได้ยกมือไหว้สำหรับช่วยเหลือในครั้งนี้ ก่อนตำรวจจะทำบันทึกแล้วปล่อยตัวไปพักผ่อนต่อที่บ้านพัก

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

Continue Reading

เลื่อน 4 ชั้นยศ ‘รองสารวัตรหนองขาม’ ถูกคนเมายิงดับ ขณะเข้าระงับเหตุ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองขาม ถูกคนร้ายเมาสุรา ใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตว่า ได้รับรายงานจาก สภ.หนองขามว่า มีเหตุต้องสงสัย เป็นชาย มีอาวุธปืน บริเวณร้านค้าแห่งหนึ่ง ในตลาดต่อศักดิ์ ม.11 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จว.ชลุบรี ที่เกิดเหตุพบชายดังกล่าวมีอาการในลักษณะมึนเมา จึงได้แสดงตัวเป็นหน้าที่ตำรวจ และเข้าควบคุมตัว แต่ชายดังกล่าวได้ใช้กำลังชกต่อย ตำรวจนอกเครื่องแบบทั้งสองนาย เมื่อชายคนดังกล่าวสู้ไม่ได้ จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่ นายศุภสิทธิ์ หม่องเลี้ยง (อาสาตำรวจ) ที่บริเวณหน้าท้อง ได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ ร.ต.อ.อิสรพงษ์ กุลจินดา เดินเข้าไประงับเหตุ ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่บริเวณด้านหลังใต้หัวไหล่ ทำให้ ร.ต.อ.อิสรพงษ์ ล้มลงและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง ฯ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองขาม ได้ระดมกำลังปิดล้อม และเกลี่ยกล่อมให้ผู้ต้องหาวางอาวุธปืน จนผู้ต้องหายอมมอบตัวและอาวุธปืน จำนวน 3 กระบอก ทราบชื่อ คือนาย นิรุตต์ หรือ หนึ่ง อายุ 39 ปี ตรวจสอบสารเสพติดในร่างกายพบว่า มีสารเมทแอมเฟตามีน , เคตามีน อยู่ในร่างกายและยังพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย 67 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

โดยจะดำเนินการส่งตัวผู้ต้องหาตรวจหาสารเสพติดโดยละเอียดอีกครั้ง ที่โรงพยาบาลแหลมฉบังฯ เบื้องต้นผู้ต้องหามีความผิดฐาน “ฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ฯ,พยายามฆ่าผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการที่เจ้าพนักงานนั้น กระทำการตามหน้าที่ฯ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันจำเป็นเร่งด่วนฯและยิงปืนในที่สาธารณะ”

สำหรับ ร.ต.อ.อิสรพงษ์ จะได้รับความชอบพิเศษ 5 ขั้น 4 ชั้นยศ เลื่อนจาก ร.ต.อ. เป็น พล.ต.ต. และญาติจะได้รับเงินกองทุนสวัสดิการตำรวจและเงินบำเน็จตกทอดช่วยเหลือกว่า 1,900,000 บาท พร้อมกันนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะบรรจุทายาทของข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิต เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ให้ได้เข้ารับราชการตำรวจ จำนวน 1 ราย

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

Continue Reading

“รฟม.” แจ้งเบี่ยงจราจรถนนพระราม 9 วันที่ 5 – 28 ก.พ.

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่า กิจการร่วมค้า ซีเคเอสที ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธาอุโมงค์ทางวิ่งและสถานีใต้ดิน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) สัญญาที่ 1 ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – รามคำแหง 12 มีความจำเป็นต้องเบี่ยงการจราจรบนถนนพระราม 9 ขาออกเป็นระยะทางประมาณ 300 เมตร เพื่อดำเนินการรื้อเกาะกลาง ก่อนงานขยายผิวจราจร เพื่อรองรับการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานี รฟม. ในระหว่างวันที่ 5 – 28 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 23.00 – 04.00 น. ของทุกวัน โดยจะมีผลให้

– ถนนพระราม 9 ขาออก ช่องทางหลัก ระหว่างประตู 1 และ 2 ของสำนักงาน รฟม.ช่องจราจรลดลงจาก 4 เหลือ 3 ช่องทาง

– ถนนพระราม 9 ขาออก ช่องทางคู่ขนาน ระหว่างประตู 1 และ 2 ของสำนักงาน รฟม.ไม่สามารถสัญจรผ่านได้

ทั้งนี้ การเบี่ยงการจราจรเพื่อการดำเนินงานก่อสร้าง อาจทำให้ผู้ใช้เส้นทางไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางและอาจมีเสียงดังรบกวนในวันเวลาดังกล่าว ดังนั้น หากไม่มีความจำเป็น โปรดหลีกเลี่ยงเส้นทาง

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

Continue Reading

ของมันต้องมี! รวม 4 สนีกเกอร์ออกใหม่ประจำปี 2018 สายสตรีทตัวจริงห้ามพลาด

ฮัลโหลสาวๆ วัยใสหัวใจสตรีททุกคน คิดเหมือนกันไหมคะว่า เทรนด์ฮอตมาแรงที่คว้าหัวใจของผู้หญิงเราไปได้ แถมยังครองแชมป์เป็นอันดับหนึ่งมาหลายปีคงหนีไม่พ้นแฟชั่น ‘รองเท้าผ้าใบ’ แน่นอนเลยล่ะ ก็มันทั้งชิคแอนด์คูล เป็นแฟชั่นแบบ Unisex ที่ผู้หญิงใส่ได้ ผู้ชายใส่ดี (แต่ถ้าได้มาฟรี ๆ จะเริ่ดมาก) ที่สำคัญไม่ว่าสาวๆ อย่างเราจะหยิบ รองเท้าผ้าใบ ไปมิกซ์แอนด์แมทช์กับเสื้อผ้าสไตล์ไหนก็เข้ากั๊นเข้ากันแบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นลุควันชิลล์ๆ ใส่ไปทำงานแบบชิคๆ หรือจะใส่ไปเรียนก็ได้ลุคใสๆ บอกแล้วไงคะว่าลุคไหนก็รอด

ไนกี้

วันนี้เราเลยจะพาสาวๆ ไปส่อง 4 สนีกเกอร์ออกใหม่ประจำปี 2018 ที่สาวๆ สายสตรีทตัวจริงห้ามพลาด! บอกเลยว่าคัดมาให้ครบทุกสไตล์ หลากดีไซน์ หลายสี อ๊ะๆ แต่ขอเตือนไว้ก่อนเลยนะคะว่าให้ตั้งสติให้ดีๆ หายใจเข้าลึกๆ ก่อนเลื่อนลงไปดู เพราะไม่งั้นอาจล้มละลายได้แบบไม่รู้ตัว

 

Continue Reading

เราเสียอะไรจาก “เงินบาทแข็งตัว”

ทันทีที่อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทแข็งค่าทะลุ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการแข็งค่าสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง เสียงแห่งความกังวลจากภาคธุรกิจเอกชนก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ชูเกียรติ โอภาสวงศ์” นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า “ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทำให้การส่งออกไทยทำได้ยากขึ้น เพราะราคาสินค้าไทยจะแพงมากกว่าคู่แข่ง โดยสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบมากกว่าอุตสาหกรรม เช่น ข้าวหอมมะลิขณะนี้ที่เงินบาทอยู่ที่ 32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เราส่งออกที่ตันละ 920 เหรียญฯ แต่ปีก่อนค่าเงินบาทอยู่ที่ 34 บาท เราตั้งราคาขายได้ที่ตันละ 800 เหรียญฯ วันนี้ข้าวหอมของกัมพูชาและเวียดนามถูกกว่าเรามาก ลูกค้าจึงเริ่มไปซื้อข้าวจากคู่แข่งแทน”

โดยหากเทียบอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันเปิดทำการวันแรกของปี 2560 นี้ วันที่ 4 ม.ค.ซึ่งเงินบาทอยู่ที่ 35.893 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ กับล่าสุดวันที่ 24 พ.ย.ที่ 32.675บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ค่าเงินบาทแข็งค่าเพิ่มขึ้น 3.218 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งขึ้นประมาณ 8.96%!!

จึงไม่น่าแปลกที่ผู้ส่งออกจะรู้สึก “ขาดทุนกำไร” เพราะเมื่อแปลงรายได้จากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นเงินบาท เม็ดเงินจริงที่ได้หายไปมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเงินจำนวนนั้นเป็นรายได้สำคัญที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทย

หากประมาณว่ามูลค่าการส่งออกของไทยเฉลี่ยในปี 2560 นี้อยู่ที่ 15,000-16,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อเดือน หากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นทุกๆ 1 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯเท่ากับว่ารายได้ของเราที่ได้จากการส่งออกของไทย ที่แปลงจากรูปเงินดอลลาร์สหรัฐฯเป็นเงินบาทไทยจะหายไป 15,000-16,000 ล้านบาทในเดือนนั้นๆ

ขณะเดียวกัน หากเทียบค่าเงินบาทกับเงินสกุลภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่เป็นคู่แข่งทางการค้าของไทยในช่วงตลอดปี 2560 นี้

เราจะพบว่า มีหลายช่วงต่อทีเดียวที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอยู่ในอันดับต้นๆของสกุลเงินภูมิภาค และบางช่วงค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาค

และที่น่าเป็นห่วงมากกว่านั้น คือ แนวโน้มของเงินบาทที่ยังคงแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง!!

ขณะที่ภาคเอกชนให้ความเห็นว่า ค่าเงินบาทที่เหมาะสมสำหรับการส่งออกของไทยควรอยู่ที่ 33-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ “ธิติ ตันติกุลานันท์” ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง โดยไตรมาส 1 ปีหน้าคาดว่าจะแข็งค่าในกรอบ 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ภาคเอกชนต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลเงินบาทให้มีเสถียรภาพกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ผันผวนมากเกินไป โดยหากยังแข็งค่าต่อเนื่อง ธุรกิจส่งออกหลายส่วนของไทยอาจจะอยู่ในสภาวะ “เจ็บหนัก”

อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของ ธปท.ให้เหตุผลของเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นว่า “มาจากปัจจัยในต่างประเทศ ทั้งการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก รวมทั้งการเคลื่อนไหวของเงินทุนตามความมั่นใจที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละสถานการณ์ ขณะเดียวกัน การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในอัตราที่สูงมาก ทั้งจากการส่งออก และรายได้จากการท่องเที่ยว เป็นอีกส่วนที่ทำให้ “ค่าเงินบาท” แข็งค่าเพิ่มขึ้น”

ขณะที่ภาคการส่งออกนั้น ธปท.ใช้ทฤษฎีนี้มาตลอดว่า “การขยายตัวเพิ่มขึ้นของการส่งออกมาจากภาวะเศรษฐกิจของคู่ค้ามากกว่าผลจากอัตราแลกเปลี่ยน” ดังนั้น นโยบายการดูแลเงินบาทของ ธปท.ในช่วงที่ผ่านมาจึงเป็น “การปล่อยไปตามกลไกและแรงกระเพื่อมจากตลาด ขณะที่การดูแลเป็นการประคองตามอาการ” เท่านั้น

มาตรการที่ออกมาดูแล “ตลาดเงินและค่าเงินบาท” จึงไม่ได้บวกความพยายามที่จะใช้ “ค่าเงิน” กระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจ แต่พยายามที่ใช้วิธีกระตุ้นให้เอกชน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) “รู้จักบริหารความเสี่ยง และป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนด้วยตัวเอง”

วันที่โครงสร้างเศรษฐกิจทั่วโลก รวมทั้งเศรษฐกิจไทยกำลังเปลี่ยนสู่ยุคเทคโนโลยี การเพิ่มโอกาสการแข่งขันของธุรกิจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และการแข่งขันกันตัดราคา เป็นอีกการแข่งขันที่สำคัญ และมีความเข้มข้นสูงมาก เราควรปล่อยให้ “เงินบาทที่แข็งค่า” เป็นอุปสรรคส่วนหนึ่งของการค้าที่ทำให้เราโค้ดราคาสู้คนอื่นได้ยาก หรือเป็นส่วนหนึ่งที่บั่นทอน “รายได้” ในรูปเงินบาทของไทยให้ไม่เพิ่มขึ้นมากอย่างที่ใครๆหวัง…หรือไม่

ในช่วงที่ผ่านมานโยบายหลายเรื่องของ ธปท.ลงมาคลุกคลีกับผู้ประกอบการและติดดินมากขึ้น แต่ “อัตราแลก เปลี่ยนค่าบาท” กลับไม่ใช่ แม้วันนี้การส่งออกจะขยายตัวดีขึ้นกว่าที่คาดไว้ แต่ไม่มีใครรับประกันได้ว่า ถ้าเราดูแลค่าเงินบาทได้ไม่ดีพอ “เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น” จะไม่กลายเป็น “ฟางเส้นสุดท้ายบนหลังลา” ของธุรกิจส่งออกไทย

Continue Reading

เศรษฐกิจแย่! ประชาชนรายได้ไม่เพียงพอแห่พึ่งโรงรับจำนำ

ประชาชน จ.ตรัง แห่พึ่งโรงรับจำนำ หลังทางจังหวัดประสบปัญหาราคายางพาราและปาล์มน้ำมันตกต่ำ ชาวบ้านรายได้ไม่พอใช้

วันที่ 22 พ.ย. 60 ผู้สื่อข่าว จ.ตรัง รายงานว่าบรรยากาศที่สถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง พบว่าตลอดทั้งวันมีประชาชนนำของมีค่าไปฝากไว้ เมื่อนำเงินออกไปเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น โดยนางปริ่ม ขำสังข์ อายุ 55 ปี ชาว ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง จ.ตรัง อาชีพรับจ้างกรีดยางพารา ซึ่งเดินทางไปจ่ายดอกเบี้ยแก่สถานธนานุบาล กล่าวว่า ตนเองนำสร้อยคอทองคำมาจำนำไว้เป็นเงิน 8,000 บาท นานแล้ว แต่ไม่มีเงินไถ่ถอนคืน ต้องมาจ่ายดอก เพราะมีรายได้ไม่เพียงพอ ต้องรับจ้างทำงานทุกอย่าง หลังจากกรีดยางไม่พอจ่าย เหลือวันละประมาณ 300 บาท แต่ส่วนใหญ่ฝนตกไม่ได้กรีด อยากให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือด้านราคายาง

Continue Reading

‘ลีน่า จัง’ พาผู้เสียหายร้อง เอาผิดคลีนิคทำฟันย่านนนทบุรี ครอบฟันไม่ได้คุณภาพ

ลีน่า จัง นำผู้เสียหายร้องกองปราบ เอาผิดคลีนิกทำฟันย่านนนทบุรี ครอบฟันไม่ได้คุณภาพ

นางลีนา จังจรรยา หรือ “ลีน่าจัง” พร้อมด้วย นายศุภวิชญ์ เกิดสมบรูณ์ อายุ 22 ปี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ และ นายทวีทรัพย์ บ่างพัฒนาศิริ อายุ 52 ปี สาวประเภทสอง เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สุชาติ อิ่มสวัสดิ์ สารวัตร(สอบสวน).กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม เพื่อแจ้งความเอาผิดคลีนิคทันตแพทย์แห่งหนึ่งใน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ในความผิด ตาม พ.ร.บ.ทันตกรรม ปี 2537 หลังผู้เสียหายเข้าไปใช้บริการ แต่ทางคลีนิกให้ผู้ที่ไม่ใช่แพทย์มาทำการรัษา

นายศุภวิชญ์ หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า รู้จักคลีนิกดังกล่าวผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งคลีนิกดังกล่าวมีการโฆษณาว่าโปรโมชั่น ครอบฟันขาว 16 ซี่ ราคา 3,500 บาท ซึ่งถือว่าราคาถูกกว่าที่อื่น จึงตัดสินใจเข้าไปใช้บริการ แต่ปรากฏว่าหลังจากการครอบฟันเสร็จแล้ว ทราบว่าผู้ที่เป็นคนให้บริการไม่ใช่แพทย์แต่อย่างใด และในวันรุ่งขึ้นพบว่าฟันที่ครอบมานั้นหลุดออกบางซี่ จึงได้เดินทางไปแจ้งทางคลีนิกขอให้ครอบให้ใหม่ แต่ทางคลีนิกได้คิดค่าบริการในราคาซี่ละ 400 บาท

ทั้งนี้ ตนจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความเพื่อเอาผิดคลีนิกดังกล่าว เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ ซึ่งพิจารณาแล้วเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับผู้บริโภค จึงได้แนะนำให้ผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดีที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคต่อไป

Continue Reading